ทำโปรไฟล์บริษัทยังไงให้ปัง

ทำโปรไฟล์บริษัทยังไงให้ปัง

ไปดูกัน…….

ทำโปรไฟล์บริษัทยังไงให้ดูไม่พัง

การทำโปรไฟล์บริษัท นั้น ลูกค้าจะสอบถามเสมอว่า “ต้องใส่ข้อมูลอะไรลงไปบ้าง” “เอาข้อมูลอะไรบ้าง” วันนี้ ตรีรนันท์ ดีไซน์ ขอแนะนำแบบนี้เลยค่ะ ว่า ในสมัยก่อน ให้เราคิดว่า “เราอยากบอกอะไรลูกค้า” ใช่เลย เราอยากบอกอะไรลูกค้า แต่นั่น อาจเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้อยากฟังก็ได้ จากประสบการณ์การทำงาน 15 ปี ต้องขอบอกว่า “เราอยากบอกอะไรลูกค้า ต้องเป็นเรื่องที่ลูกค้าอยากฟังด้วย”

แล้วลูกค้าอยากฟังอะไรล่ะ?

ถ้าคิดแบบบ้าน ๆ พื้นฐานเลยนะ ประสบการณ์จะบอกว่า อะไรที่ลูกค้าอยากฟัง เอ้า ก็แล้วอะไรล่ะที่อยากฟัง ให้เราคิดแบบนี้เวลาเราไปเสนองาน ลูกค้าจะถามอะไรเรา ก็ให้เอาคำถามเหล่านั้นมาตอบ แล้วเรียบเรียงเป็นเนื้อหา ใส่ลงไปใน

ขอยกตัวอย่างบริษัทนึง

ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเร่งรัดหนี้สิน ต้องการทำโปรไฟล์บริษัท เพื่อยื่นนำเสนอให้กับสถาบันการเงิน พิจารณาว่าจ้างเป็นตัวแทนเร่งรัดหนี้สินให้กับธนาคานั้น ข้อมูลที่อยู่ใน ประกอบไปด้วยข้อมูลพื้นฐานบริษัท และได้มีการใส่ข้อมูลและประวัติพนักงาน , โครงสร้างพนักงาน และเมื่อยื่นโปรไฟล์ ไปยังสถาบันการเงินนั้น ก็ได้ขอให้บริษัท ไปทำโปรไฟล์บริษัทมาใหม่เพื่อให้ผู้บริหารพิจารณาอีกครั้ง ลูกค้าจึงได้ ติดต่อมายังตรีรนันท์ ดีไซน์ เพื่อขอคำปรึกษา ซึ่งทางทีมงานได้ปรับเนื้อหา และแนะนำข้อมูลเพิ่มเติม

ทำให้เราจึงกลับมาคิดกันใหม่

เราไม่ใช่แค่อยากบอกอะไรลูกค้า แต่เราก็ต้องบอกในสิ่งที่ลูกค้าอยากฟังด้วย แล้วลูกค้าอยากฟังอะไรล่ะ ลูกค้าอยากฟัง  ว่าเรานั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ มาแก้ไขปัญหา หรือ เพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจของเขาได้หรือไม่

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามโลก

เมื่อนำเนื้อหามาเรียบเรียงแล้ว ควรแบ่งสัดส่วนเนื้อหาและรูปภาพให้เหมาะสม เนื้อหา ข้อความต้องไม่เยอะจนเกินไป จนทำให้ไม่น่าอ่าน หรือใส่รูปมากจนทำให้ดูละลานตาจนเปิดผ่าน ยังมีอีกหลายเทคนิคที่สามารถนำมาใช้ ลูกค้าต้องการความใส่ใจ และความเป็นมืออาชีพ Admin จะมาบอก เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบทความอื่นเป็นลำดับถัดไป

***เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม***

ขนาดของไฟล์ที่ใหญ่ เคยมีเคสที่นั่งประชุมจากบริษัทเจ้านึงด้านไอที ไปดาวน์โหลด Company Profile + Catalogue สินค้า จากอีเมลล์ ใช้เวลา 5-7 นาที เพราะไฟล์มีขนาด 1GB จัดทำด้วย Powerpoint ใส่รายละเอียดทุกอย่างลงไป ประวัติบริษัท สินค้า ทุกแบรนด์ ทุกยี่ห้อ เราเป็นลูกค้าต้องเลื่อนหาสินค้าที่ตรงกับบริษัทเอง เพราะเซลล์ก็ยัง งงว่า เอ๊ะ ยี่ห้อนี้อยู่หน้าไหนนะ ถ้าต้องใช้เวลาเปิดไฟล์ 2-3 นาที แปลว่าไฟล์มีขนาดใหญ่มากเกินไป ไฟล์ควรมีขนาดส่งผ่านอีเมล์ไม่เกิน 5Mb และควรแยกสินค้าตามประเภท หรือ ตามยี่ห้อ หรือแยกโปรไฟล์บริษัท กับแคตาล็อกสินค้า

ส่งข้อมูลเฉพาะที่ลูกค้าต้องการ

เช่น การส่ง และสินค้าที่ลูกค้าสนใจเท่านั้น อย่าถมแคตาล็อกทั้งเล่มให้ลูกค้าไปเลือกเอง

นี่เป็นเกร็ดเล็กน้อย จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านการออกแบบกราฟฟิคและการตลาดมานานกว่า 15 ปี อาจเป็นแค่ความคิดเห็นที่เกิดจากประสบการณ์เท่านั้น ไม่ใช่หลักสูตรการตลาดใด ๆ